Home ข้อคิด ฝึกให้ตนเองเป็น “คนสบายๆ” ไม่ต้องยึดติด

ฝึกให้ตนเองเป็น “คนสบายๆ” ไม่ต้องยึดติด

ฝึก มองตัวเองให้เล็กเข้าไว้

หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมาก อย่าปล่อยให้จิตใจวนไปวนมากับความรู้สึกของตัวเอง เหมือนจมอยู่ในอ่างลองเปิดตามองไปรอบๆ แล้วมองให้เห็นว่า คนบนโลกนี้มีมากมายแค่ไหน ตัวเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของโลก ดังนั้น ก็อย่าไปให้ความสำคัญกับมันมากนัก ทุกข์บ้าง ผิดบ้าง เรื่องธรรมดา

 

ฝึก ให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม

หมายความว่า การสะสม อะไรสักอย่ างนั้นเป็นภาระไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย ในแง่ของความสุข เราไม่จำเป็นต้องสะสมอะไรเพื่อให้มี ความสุข

วิธีมีความสุข ของคนเรามีมากมายหลายอย่ าง และเราไม่ควรเลือกวิธีที่สร้างภาระให้กับตนเอง

 

ฝึก ให้ตนเองเป็นคนสบายๆ

หมายความว่า อย่าไปยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หัดเว้นที่วางไว้ให้ความผิดพลาดบ้าง ทุกอย่ างไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติ การผิดบ้างถูกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เพียงแต่เราต้องรู้จัก ปรับปรุงตนเอง ไม่ให้ผิดพลาดบ่อยๆ ซ้ำๆซากๆ

 

ฝึก ให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ

หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูก หรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเอง ตกต่ำ และขุ่นมัว คนที่พูดจาไม่ดี แม้ว่าคำพูดจะดูฉลาดหลักแหลมเพียงไรมันก็คือความโง่ชนิดหนึ่ง คนที่พูดแต่เรื่องไม่ดีของคนอื่น นับเป็นคนหาความสุขได้ย ากนัก

 

ฝึก ให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ

หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุข มันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวัน ต า ย ดังนั้น อย่าไปเสียเวลา คิดมาก อย่าไปย้ำคิดย้ำทำ อย่าไปหลงยึดไว้ เกินความจำเป็น ให้รู้จักธรรมชาติของมัน การยึดติดกับวัตถุ บุคคล หรือความรู้สึกจนเกินเหตุ คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนเราเกิดความทุกข์ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ และต้องฝึกฝนตนเอง ให้เป็นคนปล่อยวางอะไรง่ายๆ เข้าไว้

 

ฝึก ให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา

หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทา แน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า “เรามาถูกทางแล้ว” แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกา กับคำนินทาก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่น ได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

 

ขอให้รู้ว่า คำนินทา คือ ของคู่กับมนุษย์โลก มีมาช้านานแล้ว แม้แต่พระพุทธเจ้า นักบุญ คนที่สร้างคุณงามความดีไว้กับโลกมากมายยังถูกนินทา แล้วเราเป็นใครจะไม่ถูก นินทา

ดังนั้น อย่าไปใส่ใจให้มาก ถ้าอะไรที่ดีเก็บไว้ ปรับปรุงตัว อะไรที่ไม่ดี ทิ้งมันไว้ไม่ต้องไปตีคราคาสร้างค่าให้คำพูดไร้สาระ ส่วนตัวเราเอง ก็สมควรอย่ างยิ่งที่จะต้องฝึกตนเอง ให้เป็นผู้ไม่นินทาคนอื่นเช่นกัน

 

ฝึก ให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน

หมายความว่า เราต้องหัดพอใจ กับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จัก เพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่า การหาเงิน

 

การยุติความเป็นขี้ข้าของอำนาจเงินนี้ พูดง่ายแต่ทำย าก แต่ก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ ชีวิตทั้งชีวิตของเรา ก็จะเป็นชีวิตที่เกิดมาแล้ว ต า ยไปเปล่าๆ ด้วยเหตุที่ว่า ใช้เวลาหมดไปกับการสะสมเงินทอง ที่เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว

 

ฝึก ให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ

หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบ ผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้า สติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่ างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่นซึ่งส่วนใหญ่ มันก็เป็นเพียงความถูกต้องที่กิเลสของตัวเองลากไป ไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ตรงธรรมอย่ างแท้จริง

 

ดังนั้น การยอมเสียเปรียบ การให้ผู้อื่นด้วยความเบิกบาน จึงเป็นสิ่งจำเป็น มากกว่าที่เราคิดกัน มีแรง ให้เอาแรงช่วย มีเงินให้เอาเงินช่วย มีความรู้ก็เอาความรู้เข้าไปช่วยในหนึ่งวัน เราควรถามตัวเองว่า วันนี้เราได้ช่วยใครไปแล้วหรือยัง เราได้เสียเปรียบใคร หรือยัง ถ้าคำตอบคือ “ยัง” ให้รู้เอาไว้เลยว่า เราเป็นอีกคนที่มีแนวโน้มจะหาความสุขได้ย ากเต็มที

 

ฝึก ตัวเองให้เป็นแสงสว่างในที่มืด

หมายความว่า ตรงไหนที่มัน มืด เราควรไปเป็นดวงไฟส่องทางให้เขา ตรงไหนที่ไม่มีคนช่วย เราควรไปทำ เช่น ลองหาเวลาไปรับประทานอาหาร ร้านที่ไม่มีลูกค้าเข้า อย่ามุ่งแต่เรื่องกิน ให้การกินของเรามันเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง ร้านเขาไม่มีลูกค้า แล้วเราเข้าไปนั่ง มันไม่ใช่แค่เงิน แต่มันหมายถึง กำลังใจ อย่าคิดถึงการบริการที่ดีที่สุด  อย่าคิดถึง รสชาติของอาหารให้มากนัก

 

ให้คิดว่า เรากำลังเป็นผู้ให้ เดินเข้าร้านหนังสือ หนังสือเล่มไหน เก่าที่สุด เราอ่า นเนื้อหาแล้วสนใจ หยิบมันขึ้นมาแล้วจ่ายเงิน นำมันกลับบ้าน เหลือหนังสือ เล่มสวยๆ ไว้ให้คนอื่นๆ ได้ซื้อได้ อ่ าน อย่าไปบ้ากับการเก็บสิ่งที่ดีที่สุด

อย่าไปบ้ากับ การปรนเปรอสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเอง แต่ให้เน้นจิตใจที่ดีที่สุด ใช้วัตถุ ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการซื้อจิตใจดีๆ สูงๆ สะอาดๆ ของเรากลับคืนมา วัตถุเป็นเรื่อง ไม่จีรัง แต่จิตใจดีๆ นั้นเป็นทั้งหมดของชีวิต เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้จักรักษาดูแลเอาไว้ไม่ให้เกิด ความเสียหาย

 

ขอบคุณที่มา : คุณพศิน อินทรวงศ์

Load More Related Articles
Load More By kdadmin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

เมื่อดูแลพ่อแม่ผลบุญ12 ข้อ ลูกกตัญญูจะได้รับ

หลายๆ คนคงจะรู้กันดีอยู่แล้ว และคงจะเคยได้ยินกันมามากตั … …